News

*รอยเปื้อนบนชุดแม่บ้านกับหน้ากากจอมปลอม: เมื่อสามีปฏิเสธภรรยา

### * ก่อนต้องคุกเข่าแทบเท้า ‘ท่านประธานกรรมการบริหาร’**

**บทที่ 1: ค่ำคืนแห่งความเย่อหยิ่ง**

แชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับ ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงแก้วแชมเปญที่กระทบกัน ณ ห้องบอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาว ค่ำคืนนี้คืองานเลี้ยงเฉลิมฉลองการรับตำแหน่ง ‘ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร’ คนใหม่ของ **กวินทร์** ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีผู้ทะเยอทะยานและหลงใหลในเปลือกนอก

กวินทร์ยืนโดดเด่นอยู่กลางงานในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดราคาแพง รอบกายเขาห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และ **นลินี** เลขาสาวสวยที่คอยยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่เคียงข้าง กวินทร์กำลังดื่มด่ำกับคำเยินยอและสายตาชื่นชมจากทุกคน โดยหลงลืมไปเสียสนิทว่า เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดของเขา มีผู้หญิงคนหนึ่งคอยสนับสนุนและผลักดันอยู่เงียบๆ เสมอ

แต่แล้ว… ความสมบูรณ์แบบของงานเลี้ยงก็มีอันต้องสะดุดลง

เมื่อประตูไม้บานใหญ่ของห้องบอลรูมถูกผลักออก ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่อง เธอไม่ได้สวมชุดราตรีหรูหรา ไม่ได้สวมเครื่องเพชรราคาแพง แต่เธอกลับสวม **’ชุดยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาด’** สีฟ้าหม่นๆ ที่มีรอยเปื้อนฝุ่นฝังแน่น รวบผมเป็นมวยยุ่งๆ และสวมรองเท้าผ้าใบเก่าๆ

เธอคือ **พิมพ์ลภัส** ภรรยาตามกฎหมายของกวินทร์นั่นเอง

**บทที่ 2: ความอับอายและการปฏิเสธ**

เสียงดนตรีแจ๊สดูเหมือนจะเบาลงไปถนัดตา เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นแทนที่ แขกเหรื่อในงานต่างมองมาที่พิมพ์ลภัสด้วยสายตาเหยียดหยามและตั้งคำถาม

กวินทร์หันไปมองตามสายตาของคนอื่นๆ และเมื่อเขาเห็นว่าผู้หญิงในชุดแม่บ้านคนนั้นคือภรรยาของตนเอง ใบหน้าหล่อเหลาก็ซีดเผือดลงทันที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอายจนถึงขีดสุด เขาเดินจ้ำอ้าวตรงรี่เข้าไปหาเธอ คว้าแขนเสื้อยูนิฟอร์มของพิมพ์ลภัสแล้วกระชากอย่างแรง

“คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่ฮะพิมพ์! แล้วใส่ชุดบ้าอะไรมา! อยากให้ผมเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!” กวินทร์กระซิบพลอดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างปิดไม่มิด

พิมพ์ลภัสมองหน้าสามีของเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “พิมพ์เพิ่งไปตรวจงานที่ไซต์ก่อสร้างมาค่ะ พอดีรถติดมาก พิมพ์กลัวจะมาแสดงความยินดีกับคุณไม่ทัน ก็เลยรีบแวะมาทั้งชุดนี้…”

“ตรวจงานบ้าบออะไรของคุณ! งานรับจ้างถูพื้นน่ะเหรอ!” กวินทร์ตวาดเบาๆ

จังหวะนั้นเอง นลินีและกลุ่มผู้บริหารคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามาสมทบ นลินีปรายตามองพิมพ์ลภัสตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน “ผอ.กวินทร์คะ… ผู้หญิงคนนี้ใครกันคะ? ทำไมพนักงานทำความสะอาดของโรงแรมถึงเสียมารยาทเข้ามาในงานจัดเลี้ยงส่วนตัวได้ล่ะคะ?”

กวินทร์ชะงักไปเสี้ยววินาที เขามองหน้าพิมพ์ลภัสที่กำลังรอคำตอบจากปากเขา ก่อนที่ความเห็นแก่ตัวและความรักหน้าตาในสังคมจะสั่งการให้เขาพ่นคำพูดที่กรีดแทงหัวใจคนฟังที่สุดออกมา

**”อ๋อ… เธอเป็นแค่ ‘ป้าแม่บ้าน’ ที่คอนโดผมน่ะครับ สงสัยผมจะลืมของสำคัญไว้ เธอเลยเอามาให้”** กวินทร์ปั้นยิ้มจอมปลอม หันไปสั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา **”รปภ. ครับ! ช่วยพาผู้หญิงคนนี้ออกไปที เธอหมดธุระแล้ว และอย่าปล่อยให้คนระดับนี้เข้ามาเพ่นพ่านในงานของผมอีก!”**

พิมพ์ลภัสยืนนิ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก “คุณแน่ใจเหรอคะกวินทร์… ว่าจะให้ฉันออกไปในฐานะ ‘แค่ป้าแม่บ้าน’?”

“ก็ใช่น่ะสิ! ออกไปให้พ้นหน้าผมเดี๋ยวนี้!” กวินทร์ผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ไยดี

**บทที่ 3: การปรากฏตัวของผู้กุมชะตา**

ในขณะที่รปภ. กำลังจะเข้าถึงตัวพิมพ์ลภัส เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบสงัดที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เมื่อบุรุษวัยหกสิบปีในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาในงาน

**’ท่านประธานดนัย’** บิ๊กบอสใหญ่แห่ง ‘Grand Empire Group’ ผู้กุมอำนาจสูงสุดของบริษัทก้าวเดินเข้ามาด้วยมาดภูมิฐาน กวินทร์เห็นดังนั้นก็รีบปั้นหน้ายิ้มแย้ม สลัดพิมพ์ลภัสทิ้ง แล้วเดินรี่เข้าไปต้อนรับเจ้านายใหญ่ทันที

“สวัสดีครับท่านประธาน! เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านสละเวลามางานฉลองตำแหน่งของผม…” กวินทร์โค้งคำนับอย่างนอบน้อม

แต่ทว่า… ท่านประธานดนัยกลับเดินผ่านหน้ากวินทร์ไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ สายตาของชายสูงวัยจับจ้องไปยังผู้หญิงในชุดแม่บ้านสีฟ้าหม่นที่ยืนอยู่กลางงาน ใบหน้าของบิ๊กบอสใหญ่ตื่นตระหนก ก่อนที่เขาจะรีบสาวเท้าเข้าไปหาเธอ

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแขกนับร้อยชีวิตในงาน ท่านประธานดนัยหยุดยืนตรงหน้าพิมพ์ลภัส ติดกระดุมเสื้อสูทอย่างเป็นทางการ ก่อนจะ **โค้งคำนับลง 90 องศา** ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

**”สวัสดีครับ… ‘มาดามประธานกรรมการบอร์ด’ ทำไมท่านถึงมาอยู่ในชุดนี้ได้ล่ะครับ? พวกเราเตรียมห้องรับรองวีไอพีไว้ให้ท่านแล้วนะครับ!”**

สิ้นเสียงของท่านประธานดนัย เหมือนมีฟ้าผ่าลงกลางห้องบอลรูม แก้วแชมเปญในมือของนลินีร่วงแตกกระจายบนพื้น กวินทร์ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ขากรรไกรค้างด้วยความช็อกสุดขีด

**บทที่ 4: หน้ากากที่ถูกกระชาก**

“ทะ… ท่านประธานครับ ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ!” กวินทร์ละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือ “ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่แม่บ้าน… เป็นแค่คนทำความสะอาด…”

ท่านประธานดนัยหันขวับมาตวาดเสียงกร้าว **”หุบปากเดี๋ยวนี้กวินทร์! แกกล้าดีอย่างมาเรียกผู้ถือหุ้นใหญ่ 80% ของ Grand Empire Group ว่าแม่บ้าน! คุณพิมพ์ลภัสคือผู้ก่อตั้งและนายทุนใหญ่ที่กุมชะตาชีวิตของพวกเราทุกคนในบริษัทนี้!”**

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วงาน ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่แต่งตัวซอมซ่อราวกับคนงานระดับล่าง จะเป็นถึงเจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน

พิมพ์ลภัสปัดฝุ่นที่แขนเสื้อยูนิฟอร์มเบาๆ เธอยืดตัวขึ้นตรง แววตาที่เคยอ่อนโยนและยอมโอนอ่อนให้กวินทร์มาตลอด บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดขาดและทรงอำนาจอย่างแท้จริง

“ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะคุณดนัย ฉันแค่ชอบลงพื้นที่ไปตรวจดูความเป็นอยู่ของพนักงานระดับรากหญ้าด้วยตัวเอง มันทำให้ฉันได้เห็นอะไรชัดเจนขึ้น… โดยเฉพาะ ‘ธาตุแท้’ ของคน” พิมพ์ลภัสปรายตามองไปที่กวินทร์ ซึ่งตอนนี้เข่าอ่อนจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

“พิมพ์… เรื่องจริงเหรอ… ทำไมคุณไม่เคยบอกผมเลย…” กวินทร์พยายามจะคลานเข้าไปจับมือภรรยา แต่พิมพ์ลภัสถอยหลังหนีหนึ่งก้าว

“ฉันเคยบอกคุณแล้วกวินทร์ ว่าฉันทำธุรกิจส่วนตัว แต่คุณไม่เคยสนใจจะถามรายละเอียดด้วยซ้ำ คุณมัวแต่หลงระเริงกับเปลือกนอก สนใจแต่ว่าฉันจะแต่งตัวสวยพอที่จะเชิดหน้าชูตาคุณในสังคมจอมปลอมนี้ได้ไหม” น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก

“พิมพ์… ผมขอโทษ… ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมรักคุณนะพิมพ์…” กวินทร์น้ำตาไหลพราก พยายามอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช

“ผู้ชายที่รังเกียจแม้กระทั่งภรรยาของตัวเองในยามที่เธอสวมชุดเปื้อนฝุ่น ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้นำใครได้หรอกกวินทร์” พิมพ์ลภัสหันไปหาท่านประธานดนัย “คุณดนัยคะ ฉันขอใช้อำนาจประธานกรรมการบอร์ด **สั่งปลดนายกวินทร์ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ และไล่ออกจากการเป็นพนักงานของบริษัทนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป**”

“รับทราบครับมาดาม!” ท่านประธานดนัยรับคำเสียงหนักแน่น

พิมพ์ลภัสหันกลับมามองอดีตสามีเป็นครั้งสุดท้าย “ส่วนเรื่องของเรา พรุ่งนี้เตรียมรับเอกสารฟ้องหย่าจากทนายของฉันได้เลย ลาก่อน… อดีตสามี”

หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านหันหลังเดินออกจากงานไปอย่างสง่างาม โดยมีท่านประธานดนัยและทีมผู้บริหารระดับสูงเดินตามหลังไปอย่างนอบน้อม ทิ้งให้กวินทร์นั่งคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟายอยู่ท่ามกลางเศษแก้วที่แตกกระจาย สูญเสียทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน อนาคตที่เคยวาดฝัน และสูญเสียผู้หญิงที่ทรงอำนาจที่สุดที่เคยรักเขาอย่างหมดหัวใจ เพียงเพราะความเย่อหยิ่งและหน้ากากจอมปลอมของเขาเอง

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!